ของแท้และถูกต้องหรือไม่ ตรวจดูได้ ใช้เวลาแป๊บเดียว

ระบบปฏิบัติการ Windows 10 สำหรับเครื่องพีซีและโน้ตบุ๊กนั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Home หรือว่ารุ่น Pro ร้านค้าไอทีชั้นนำจะมีให้เลือกซื้อใช้ทั้งที่เป็นลิขสิทธิ์แบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) และแบบ FPP (Full Package Products) หรือจะเลือกซื้อแบบ ESD (Electronics Service Delivery) ผ่านระบบออนไลน์ก็ได้ การใช้งานก็เป็นแบบเดียวกับลิขสิทธิ์แบบ FPP เหมือนกัน

                ความแตกต่างกันที่ทราบกันโดยทั่วไปก็คือ ถ้าเป็นลิขสิทธิ์แบบ OEM จะต้องใช้กับเครื่องใดเครื่องหนึ่งเท่านั้น เปลี่ยนหรือนำ Key ไปใช้กับเครื่องอื่นไม่ได้ ติดตั้งและ Activate ใช้งานแล้วจะต้องใช้กับเครื่องนั้นไปตลอด เนื่องจากลิขสิทธิ์แบบนี้จะผูกติดอยู่กับเมนบอร์ดของเครื่องตลอดอายุการใช้งาน แต่ในระหว่างการใช้งาน จะฟอร์แมตติดตั้งใหม่กี่ครั้งก็ได้ ไม่จำกัดจำนวน ส่วนลิขสิทธิ์แบบ FPP นั้น สามารถนำไปใช้กับเครื่องใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กหรือว่าเครื่องพีซี แต่จะต้อง De-Activate หรือถอนการใช้งานจากเครื่องเดิมก่อน

                Windows 10 แบบ OEM และ FPP ที่วางจำหน่ายทั่วไปนี้ นอกจากจะมี Product Key ที่เป็นรหัสตัวเลขและตัวอักษรจำนวน 25 หลักสำหรับใช้ Activate แล้ว ภายในกล่องหรือบรรจุภัณฑ์จะมีสื่อบันทึก ซึ่งมีไฟล์สำหรับติดตั้งจากไมโครซอฟท์ให้มาด้วย (ถ้าเป็นแบบ FPP จะเป็นแฟลชไดรฟ์ USB แต่ถ้าเป็นแบบ OEM จะเป็นแผ่นดีวีดี) และสังเกตได้ง่ายๆ ว่าเป็นของแท้ โดยที่ตัวแฟลชไดรฟ์และดีวีดี จะมีการฝังลายพิมพ์ที่มีลักษณะเฉพาะ พร้อมกันนี้ยังมีสติ๊กเกอร์ Genuine สีเงินที่จะมองเห็น Serial Number เวลาส่องไฟกับฉลาก CoA (Certificates of Authenticity) เป็นหลักฐานรับรองการใช้งานอย่างถูกต้องจากไมโครซอฟท์ให้มาด้วย

                อย่างไรก็ตาม หากสงสัยว่า Product Key ของ Windows 10 ที่ซื้อหรือได้มานั้น เป็นของแท้ที่มีลิขสิทธิ์การใช้งานถูกต้องหรือไม่ หรือ Windows 10 ที่กำลังใช้อยู่เป็นลิขสิทธิ์เป็นแบบใด เราสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ดังนี้คือ

PID_Checker_MSDN

ใช้โปรแกรมตรวจสอบคีย์

1.ดาวน์โหลดโปรแกรม Microsoft PID Checker จากอินเทอร์เน็ต (อย่างเช่นที่เว็บไซต์ https://www.softpedia.com)

2.แตกไฟล์ แล้วเปิดโปรแกรมโดยดับเบิลคลิกที่ไฟล์โปรแกรม

3.พิมพ์รหัส Product Key จำนวน 25 หลักลงในช่อง Product Key แล้วคลิก Check Key

                โปรแกรมจะแสดงรายละเอียดต่างๆ ขึ้นมา ให้ตรวจดูจากชื่อรุ่นและประเภทของลิขสิทธิ์ที่ใช้จากหัวข้อ Edition ID และ License Type นอกจากนี้ที่หัวข้อ Key Status จะต้องระบุว่า Valid และถ้าหากต้องการความมั่นใจก็ควรนำรหัสในส่วนของ Sub Type ไปให้ไมโครซอฟท์ตรวจสอบ

slmgr_command

ใช้คำสั่งตรวจสอบ Windows 10 ที่ใช้อยู่

1.เปิด Command Prompt จากเมนู Start หรือพิมพ์ cmd ในช่องค้นหาแล้วกด Enter

2.พิมพ์คำสั่ง slmgr.vbs /xpr แล้วกด Enter ซึ่งในกล่องข้อความปรากฎขึ้น จะแสดงชื่อรุ่นของ Windows 10 ที่ใช้อยู่ และควรมีข้อความที่ระบุว่า The machine is permanently activated. ด้วย

3.พิมพ์คำสั่ง slmgr.vbs /dli แล้วกด Enter เพื่อดูรายละเอียดต่างๆ อีกครั้งในกล่องข้อความที่แสดงขึ้นมา

                Name: ชื่อรุ่นของ Windows 10

                Description: ประเภทสิทธิ์การใช้งาน (OEM, Retail หรือ Volume)

                Partial Product Key: รหัสบางส่วนของหมายเลขผลิตภัณฑ์

                License Status: สถานะของสิทธิ์การใช้งาน Licensed หรือ Notification

                Notification Reason: เหตุผลการแจ้งเตือน (ถ้ามี)

      ในกรณีที่ผู้ใช้ซื้อ Windows 10 ที่วางจำหน่ายทั่วไปมาติดตั้งใช้งานเองนั้น ประเภทสิทธิ์การใช้งานควรเป็นแบบ OEM หรือ Retail (แบบ FPP) เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น ก็ควรซื้อจากแทนจำหน่ายที่มีความเชื่อถือหรือได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะ Windows 10 ราคาถูกที่ขายกันทั่วไปตามร้านค้าออนไลน์ในอินเทอร์เน็ตนั้น อาจเป็นลิขสิทธิ์ประเภท MSDN (Microsoft Software Developer Network) ที่ไมโครซอฟท์มีไว้สำหรับนักพัฒนาซอฟแวร์ ซึ่งคีย์ที่ใช้งานนั้นอาจมีอายุการใช้งานจำกัด และสามารถถูกปิดการใช้งานหรือ Deactivate โดยผู้ใช้ไม่รู้ตัว หรือถ้าไปเป็นประเภท MSDN ก็อาจเป็นลิขสิทธิ์ประเภท DreamSpark ซึ่งไมโครซอฟท์มีไว้ให้องค์กร สถาบันการศึกษาแจกจ่ายให้นักเรียนนักศึกษาได้ใช้งาน และลิขสิทธิ์นี้ก็มักจะมีอายุการใช้งานจำกัด (ลิขสิทธิ์แบบ MSDN และ Dream Spark มักจะแสดงประเภทสิทธิ์การใช้งานเป็น Retails)

                ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือ Windows 10 ที่ซื้อมานั้นไม่ควรเป็นลิขสิทธิ์ประเภท Volume ไม่ว่าจะเป็นแบบ MAK (Multiple Activation Key) หรือว่า KMS (Key Management Service) ก็ตาม เพราะลิขสิทธิ์แบบนี้จะต้องซื้อขายกันในนามขององค์กร และอาจจะมีการระบุเงื่อนไขการใช้งานที่มีลักษณะเฉพาะ ดังนั้นถ้าตรวจพบว่า Windows 10 ที่ซื้อมาเป็นลิขสิทธิ์แบบนี้ ให้ตั้งข้อสงสัยได้เลยว่า น่าจะเป็นการจำหน่าย Windows 10 ที่ไม่ถูกต้อง

                อย่างไรก็ตาม ลิขสิทธิ์ประเภท Volume ก็เป็นสิ่งที่พบได้จากเครื่องพีซีหรือโน้ตบุ๊กที่เราใช้เหมือนกัน แต่โดยทั่วไปนั้นจะเฉพาะเมื่อ Windows 10 นั้นจำหน่ายมาพร้อมกับเครื่องของผู้ผลิตเลย หรือไม่ก็เป็นเครื่องที่ใช้กันภายในองค์กรมากกว่า

 

                ...แม้ว่าคีย์ที่ระบุว่าเป็นของแท้จะทำให้เราสามารถ Activate ใช้งาน Windows 10 ได้ แต่การ Activate ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราได้รับสิทธิ์ในใช้งานอย่างถูกต้องแล้ว เพราะความถูกต้องในการใช้งานอยู่ที่ว่าเราซื้อหรือได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ และเราเป็นผู้ใช้ที่เหมาะสมกับประเภทของสิทธิ์การใช้งานนั้นจริงๆ หรือเปล่าต่างหาก ฉะนั้นหากต้องการความมั่นใจว่าได้ Windows 10 ที่ถูกต้อง จึงควรซื้อจากร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเท่านั้น