คอขวดเวลาการเล่นเกม ดูอย่างไร แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

หากคุณผู้อ่านเล่นเกม แล้วพบว่าจู่ๆ ความเร็วในการแสดงภาพบนหน้าจอก็ลดลงจนภาพเกิดการกระตุกเป็นระยะๆ อย่างเช่นเมื่ออยู่ในฉากที่ต้องต่อสู้กับศัตรูจำนวนมาก หรือเมื่อภาพมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดมากๆ แบบทันทีทันใด ความเร็วในการแสดงภาพบนหน้าจอก็ลดลงเหมือนกัน นั่นมีความเป็นไปได้ว่า เครื่องที่ใช้อยู่นั้นกำลังมีอุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งที่เป็น “คอขวด”

                คอขวดที่ว่านี้ก็คือ การที่อุปกรณ์นั้นทำงานหรือประมวลผลไม่ทันความต้องการที่เกิดขึ้น หรืออีกลักษณะหนึ่งก็คือการที่ข้อมูลนั้นไม่สามารถส่งผ่านไปได้ทัน ซึ่งในกรณีที่เป็นการเล่นเกมนั้น ตัวการที่ทำให้เกิดปัญหาก็เป็นไปได้ทั้งซีพียูและ GPU ของการ์ดแสดงผล ขึ้นอยู่กับเกมที่เล่น แต่ชัดเจนว่าถ้าเล่นเกมโดยใช้ซีพียูกับ GPU ที่มีระดับประสิทธิภาพไม่เหมาะสมกันหรือมีความเร็วในการประมวลผลที่ต่างกันมากๆ ปัญหาคอขวดจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

                ซีพียูเป็นคอขวด เกิดจากการที่ซีพียูนั้นมีประสิทธิภาพต่ำเกินไป อย่างเช่นเมื่อใช้ซีพียูรุ่นเก่าๆ อย่าง AMD A6-5200 กับการ์ด GeForce GTX 1080 Ti ซึ่งในทางทฤษฎีนั้น GPU ของการ์ดมีประสิทธิภาพสูงพอที่จะเล่นเกมต่างๆ ที่ภาพมีรายละเอียดซับซ้อนได้อย่างไหลลื่น แต่ซีพียูซึ่งจะคอยทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งเกม ฟิสิกส์ AI ส่วนเชื่อมต่อกับผู้ใช้ เสียง การจัดภาพ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีความเร็วในการประมวลผลที่ค่อนข้างจำกัด ไม่เร็วพอกับความต้องการ ทำให้การประมวลผลโดยรวมของเกมต้องหยุดรอ หรือทำได้ช้าลงจนส่งผลให้อัตราการแสดงภาพบนหน้าจอขาดความต่อเนื่อง หรือเกิดการสะดุดเป็นระยะๆ

                GPU เป็นคอขวด ก็มีลักษณะคล้ายๆ กันแต่จะตรงกันข้าม นั่นคือปัญหานี้จะเกิดขึ้นเมื่อใช้ซีพียูที่ประสิทธิภาพสูง กับการ์ดจอที่มีประสิทธิภาพต่ำอย่างเช่นเป็น GPU ระดับเริ่มต้น ยกตัวอย่างเช่นการใช้ซีพียู Core i9 เจนเนอเรชั่นล่าสุดกับการ์ด GeForce GT 1030

 

สาเหตุที่ทำให้ซีพียูและ GPU เป็นคอขวด

                จากสิ่งที่ได้กล่าวไปคุณผู้อ่านอาจจะคิดว่าซีพียูที่ทำงานช้าหรือการ์ดจอที่มีประสิทธิภาพต่ำคือต้นเหตุของปัญหา ซึ่งคำตอบคือ “ไม่เสมอไป” เพราะเกมที่เล่นก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาคอขวดที่ซีพียูหรือ GPU ของการ์ดจอด้วยเหมือนกัน และบางเกมนั้นก็พัฒนาออกมาโดยมุ่งเน้นการใช้ความสามารถจากซีพียูหรือ GPU อย่างมาก ซึ่งสังเกตได้ง่ายๆ คือ เกมที่ขึ้นอยู่กับซีพียูมักจะเป็นเกมที่มีอัตราการแสดงภาพสูง แต่ภาพจะมีรายละเอียดค่อนข้างน้อยยกตัวอย่างเช่น Cities: Skylines, Minecraft และ Civilization V ในขณะที่เกมอย่างเช่น The Witcher 3, Metro: Last Light, Borderlands 2 และ Dying Light นั้นจะเป็นเกมที่ขึ้นกับ GPU ซึ่งหากต้องการอัตราการแสดงภาพสูงๆ จะต้องใช้การ์ดจอที่ทรงพลังเท่านั้น

 

วิธีตรวจสอบและแนวทางการแก้ปัญหาเบื้องต้น

                ไม่มีวิธีที่ชี้ชัดลงไปได้ว่าซีพียูหรือ GPU เป็นสาเหตุที่ทำให้มีปัญหาคอขวดเกิดขึ้น แต่สามารถใช้โปรแกรม MSI Afterburner (ดาวน์โหลดได้ที่ https://www.msi.com/page/afterburner) ตรวจดูได้ว่าเมื่อเล่นเกมแล้วมีคอขวดเกิดขึ้นที่อุปกรณ์ใด โดยดูจากระดับการโหลดที่เกิดขึ้นขณะเล่นเกม ซึ่งถ้าซีพียูมีระดับการโหลดสูงแต่ใช้ประสิทธิภาพจาก GPU ต่ำนั่นหมายความว่า มีปัญหาคอขวดที่ซีพียูหรือเกมนั้นถูกออกแบบมาโดยขึ้นอยู่กับซีพียู แต่ถ้า GPU มีระดับการโหลดสูงโดยที่ซีพียูถูกใช้งานน้อยมาก แสดงว่าเกมนั้นขึ้นอยู่กับ GPU ของการ์ดจอและ GPU ก็เป็นคอขวด

                เมื่อทราบแล้วว่าเกิดคอขวดที่อุปกรณ์ใด การแก้ปัญหาก็ทำได้ไม่ยาก เพราะหลักการสำคัญนั้นมีเพียงแค่การปรับระดับการประมวลผลของซีพียูกับ GPU สอดคล้องและมีความสมดุลกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น

                1.เพิ่มความละเอียดภาพ เพื่อทำให้ GPU ใช้เวลาเวลาในการเรนเดอร์มากขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือถ่วงเวลาให้ซีพียูทำงานได้ทัน แต่จะได้ผลเพียงใดนั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของจอภาพที่ใช้ด้วย

                2.หยุดการทำงานที่ไม่จำเป็น นั่นคือหากซีพียูที่ใช้มีประสิทธิภาพไม่สูงนัก ก็ควรปิดโปรแกรมหรือการทำงานที่ไม่จำเป็นให้หมดก่อน รวมถึงการทำงานเบื้องหลังต่างๆ ด้วย เพื่อลดภาระการประมวลผลของซีพียู ซึ่งการทำเช่นนี้นอกจากจะช่วยลดปัญหาคอขวดที่เกิดขึ้น บางครั้งก็ยังช่วยทำให้มีอัตราการแสดงภาพบนหน้าจอที่ดีขึ้นด้วย

                3.หากมีตัวเลือกหรือสามารถทำได้ ให้ตั้งค่าเกมโดยกำหนดการทำงานต่างๆ ที่ใช้ความสามารถจากซีพียูให้ต่ำลง เป็นการลดภาระการทำงานของซีพียูอีกทางหนึ่ง

                4.โอเวอร์คล๊อก RAM และซีพียูให้ทำงานได้เร็วขึ้น

                ปัญหาคอขวดที่เกิดขึ้นกับซีพียูนั้น สามารถแก้ไขได้โดยใช้วิธีการข้างต้นนี้ แต่ถ้าเกิดขึ้นกับ GPU โดยทั่วไปสามารถแก้ไขได้เพียงแค่ลดความละเอียดและรายละเอียดต่างๆ ของภาพลงเท่านั้น แต่กระนั้นก็ยังดีกว่า เพราะปัญหาคอขวดที่เกิดขึ้นกับ GPU จะไม่ได้ทำให้เกิดปัญหา Stutters หรือการแสดงผลที่มีลักษณะติดขัด ไม่ต่อเนื่องเหมือนกับการเกิดคอขวดที่ซีพียู

               

                ...ปัญหาคอขวดไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับซีพียูหรือ GPU ต่างก็ทำให้เล่นเกมไม่มีความสนุก ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ จึงควรเลือกใช้ซีพียูและการ์ดแสดงผลที่มีประสิทธิภาพในระดับที่เหมาะสมกัน ซึ่งหากไม่แน่ใจจะลองตรวจสอบโอกาสที่จะทำให้เกิดปัญหาคอขวด โดยใช้เครื่องมือจากหน้าเว็บไซต์ https://pc-builds.com/calculator ก่อนก็ได้

Bottleneck_Calculator